Health PlusGlobal Laboratory
โปรแกรมส่วนบุคคล · Weight loss & Longevity
Sens 365 · by CareSens

CGM เพื่อการลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักแบบ “เห็นผลลัพธ์”
ด้วยการควบคุม Calorie Deficit

เจาะข้อมูลจริงจากผู้ใช้ CareSens Air CGM ต่อเนื่อง 30 วัน — เชื่อมโยงระดับน้ำตาล การออกกำลังกาย และอาหาร เข้าสู่แผนลดน้ำหนักที่วัดผลได้

กรณีศึกษา หญิง อายุ 52 ปี · 81 กก. · BMI 32 · 24 มิ.ย.–24 ก.ค. 2569

ปัญหาของการลดน้ำหนักทั่วไป

ทำไมลดน้ำหนักถึง “เดาไม่ออก”

01

นับแคลอรี่แต่ไม่รู้ผลจริง

กินตามสูตร แต่ร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่ออาหารไม่เหมือนกัน จึงไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วอยู่ในภาวะ Calorie Deficit หรือไม่

02

น้ำตาลขึ้น–ลงโดยไม่รู้ตัว

อาหารบางอย่างทำให้น้ำตาลพุ่งแล้วดึง กระตุ้นความหิวและการสะสมไขมัน แต่เรารู้สึกไม่ทัน

03

ไม่มี Feedback ทันที

กว่าจะเห็นผลบนตาชั่งต้องรอเป็นสัปดาห์ ทำให้ปรับพฤติกรรมช้าและท้อกลางทาง

CGM เปลี่ยน “การเดา” ให้เป็น “การเห็นข้อมูลจริงแบบเรียลไทม์”

นิยามหลัก

“การบริหาร Calorie Deficit” คืออะไร

Calorie Deficit คือการทำให้ “พลังงานที่ใช้ไป มากกว่า พลังงานที่กินเข้า” ร่างกายจึงต้องดึงไขมันสะสมมาเผาผลาญ ทำให้น้ำหนักและไขมันลดลง

IN

พลังงานที่กินเข้า

อาหารและเครื่องดื่มทั้งวัน ยิ่งเป็นน้ำตาล/คาร์บสูง ยิ่งเพิ่มพลังงานเร็ว

OUT

พลังงานที่ใช้ไป

ระบบเผาผลาญพื้นฐาน + การเดินเร็ว/ออกกำลังกาย + กิจกรรมประจำวัน

บริหารอย่างไร

วางแผนอาหาร เลือกโปรตีน–ไฟเบอร์ คุมคาร์บ/น้ำตาล

เพิ่มการเผาผลาญ ออกกำลังกายสม่ำเสมอในโซนเผาผลาญไขมัน

วัดผลด้วย CGM ใช้ระดับน้ำตาลเป็นตัวสะท้อนว่า Deficit เกิดจริง

บริหาร = ทำให้ Deficit “พอดีและยั่งยืน” ไม่ใช่อดจนโทรม — CGM คือเครื่องมือที่ทำให้ปรับได้อย่างแม่นยำ

หลักการสำคัญ

Calorie Deficit ที่ “มองเห็นได้” ผ่านระดับน้ำตาล

6014022000:0006:0012:0018:0024:00
■ กินเกินพลังงาน — น้ำตาลพุ่งบ่อย■ Calorie Deficit — น้ำตาลนิ่ง ต่ำ

อ่านกราฟนี้อย่างไร

เส้นเขียว = ควบคุมได้

น้ำตาลนิ่งและอยู่ระดับต่ำ ร่างกายดึงไขมันมาใช้ = อยู่ในภาวะ Deficit

เส้นแดง = กินเกิน

น้ำตาลพุ่งสูงบ่อย กระตุ้นอินซูลิน ร่างกายเก็บสะสมเป็นไขมัน

CGM = กระจกเงา

เห็นผลอาหารแต่ละมื้อทันที ปรับได้ก่อนจะสายเกินไป

กรณีศึกษา

จุดเริ่มต้น: ภาวะอ้วนระดับที่ต้องดูแล

81 กก.
น้ำหนักเริ่มต้น
32 BMI
ภาวะอ้วน (Obese)
13%
ไขมันช่องท้อง (Visceral)
> เกณฑ์
ไขมันร่างกายเกินมาตรฐาน

โจทย์: ทำอย่างไรให้ Calorie Deficit “เกิดขึ้นจริง” และวัดผลได้ทุกวัน

เทคโนโลยี

CareSens Air CGM: เครื่องวัดน้ำตาลต่อเนื่อง

เซนเซอร์ขนาดเล็กติดที่ต้นแขน วัดระดับน้ำตาลใต้ผิวหนังตลอด 24 ชม. และส่งค่าเข้าแอป Sens 365 บนมือถือแบบเรียลไทม์

24/7

วัดต่อเนื่องอัตโนมัติ

เห็นน้ำตาลทุกนาที ทั้งตอนหลับ ตื่น ออกกำลังกาย และหลังอาหาร

เรียลไทม์

แจ้งเตือนทันที

รู้ทันเมื่อน้ำตาลสูงหรือต่ำเกินไป ปรับพฤติกรรมได้ทันเวลา

ไร้เข็มเจาะ

ไม่ต้องเจาะปลายนิ้ว

สะดวก ใช้ชีวิตปกติ ว่ายน้ำ/ออกกำลังกายได้ ติดตามผ่านแอป

รายงาน

สรุปผลอัจฉริยะ

TIR, GMI, ความผันผวน และรูปแบบรายวัน พร้อมนำไปวางแผนต่อ

งานวิจัยรองรับ

CGM ช่วยลดน้ำหนักได้จริง — มากกว่า 2 เท่า

ลดน้ำหนัก & ไขมัน มากกว่า 2 เท่า เมื่อใช้ CGM
(RCT ผู้มีภาวะก่อนเบาหวาน · 30 คน · 30 วัน)

กลุ่มใช้ CGM

กลุ่มควบคุม

สิ่งที่งานวิจัยพบ

การทดลองแบบสุ่ม (RCT) ในผู้ที่มีภาวะก่อนเบาหวานและน้ำหนักเกิน 30 คน นาน 30 วัน

กลุ่มที่เห็นค่าน้ำตาลเรียลไทม์ผ่าน CGM ลดน้ำหนักและไขมันได้ “มากกว่า 2 เท่า” ของกลุ่มควบคุม

ลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตลง และทำตามแผนโภชนาการได้ดีกว่า เพราะ “เห็น” ผลของอาหารทันที

Feedback แบบเรียลไทม์ + ความรู้เฉพาะบุคคล นำไปสู่การลดน้ำหนักและองค์ประกอบร่างกายที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ— Raedeh Basiri, GMU (2024)

ผลจริง 30 วัน · Sens 365

อยู่ในเป้าหมาย 97% ของเวลา

Time in Range (TIR) — สัดส่วนเวลาที่น้ำตาลอยู่ในช่วงสุขภาพดี 70–180 mg/dL คือตัวชี้วัดคุณภาพการเผาผลาญที่สำคัญที่สุด

อยู่ในช่วงเป้าหมาย (70–180 mg/dL) 97%
97%
Very Low <1% · Low 1%High 1% · Very High 0%
97%
อยู่ในเป้าหมาย · เฉลี่ย 23 ชม. 42 นาที/วัน
1%
สูงเกิน (High) · แทบไม่พบ
73.8%
เวลาที่เซนเซอร์ทำงาน (CGM Active)

ตัวชี้วัดเมตาบอลิก

น้ำตาลนิ่ง ต่ำ และสม่ำเสมอ = สัญญาณ Deficit ที่ดี

101
mg/dL
น้ำตาลเฉลี่ย
5.7%
GMI
ประเมินค่า A1C
14
mg/dL
Standard Deviation
13.9%
CV
ความผันผวนน้ำตาล
น้ำตาลเฉลี่ยรายวัน — นิ่ง สม่ำเสมอ (7 วัน)
70105140SunMonTueWedThuFriSat

แปลผลอย่างไร

น้ำตาลเฉลี่ย 101 mg/dL — อยู่ในเกณฑ์ดีมาก บ่งชี้ว่าอาหารและกิจกรรมช่วยคุมพลังงานได้จริง

ความผันผวน 13.9% — ต่ำกว่าเกณฑ์ ≤36% มาก = น้ำตาลไม่เหวี่ยง ลดความหิวและการสะสมไขมัน

บทวิเคราะห์สภาวะการณ์จากข้อมูลคนไข้

สรุปภาพรวม: เมตาบอลิกดีเยี่ยม โจทย์คือองค์ประกอบร่างกาย

+จุดแข็ง
  • น้ำตาลอยู่ในเป้าหมาย 97% ของเวลา — คุมพลังงานได้ดีมาก
  • น้ำตาลเฉลี่ย 101 mg/dL และความผันผวนเพียง 13.9% (นิ่งมาก)
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 5 วัน/สัปดาห์ ในโซนเผาผลาญไขมัน
  • แผนอาหารโปรตีนสูง–คาร์บต่ำ เหมาะกับการทำ Calorie Deficit
!จุดที่ต้องเฝ้าระวัง
  • ของหวาน GI สูง (เช่น กระท้อนลอยแก้ว) ทำให้น้ำตาลพุ่งแรงถึง ~193
  • ตามด้วยน้ำตาลตกสะท้อนกลับ 45–65 mg/dL ในตอนดึก
  • ดื่มไวน์/เบียร์ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ — เสี่ยงน้ำตาลตกกลางคืน
  • ยังอยู่ในภาวะอ้วน (BMI 32, ไขมันช่องท้อง 13%) ต้องลดต่อเนื่อง
บทสรุป: ระบบเผาผลาญน้ำตาลของคนไข้ทำงานดีเยี่ยม โจทย์หลักคือ “ลดไขมันสะสม” ผ่านการรักษา Calorie Deficit ให้ต่อเนื่อง โดยใช้ CGM เฝ้าระวังของหวานมื้อดึกและแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสองปัจจัยเสี่ยงหลักที่เหลืออยู่

ประเด็นเจาะลึก · ช่วงเช้า 6:30–7:30 น.

เดินเร็วตอนเช้า แล้วน้ำตาล “ขยับขึ้น” ทำไม?

60951306:006:307:007:308:008:30

แถบสีจาง = ช่วงออกกำลังกาย (น้ำตาลขยับตามการออกกำลังกาย)

สิ่งที่ CGM บันทึกไว้

หลังตื่นนอน

น้ำตาลอยู่ที่ 95–100 mg/dL นิ่ง ๆ (สภาวะอดอาหารข้ามคืน)

เริ่มเดินเร็ว

หัวใจเต้น 115–125 ครั้ง/นาที เข้าสู่โซนออกกำลังกาย

น้ำตาลพุ่งขึ้น

ขยับไป 115–120 mg/dL ทั้งที่ยังไม่ได้กินอะไร

คำถามคือ… นี่คือเรื่องผิดปกติหรือไม่?

คำอธิบายทางสรีรวิทยา

น้ำตาลขึ้นตอนออกกำลังกาย = เรื่อง “ปกติและดี”

1

ตับปล่อยน้ำตาลสำรอง

การออกกำลังกายกระตุ้นฮอร์โมนอะดรีนาลีน สั่งให้ตับสลายไกลโคเจนปล่อยกลูโคสออกมาเป็นพลังงานให้กล้ามเนื้อ

2

Dawn Phenomenon

ช่วงเช้ามีฮอร์โมนตื่นตัวตามธรรมชาติ ทำให้น้ำตาลขยับขึ้นเล็กน้อยอยู่แล้ว เมื่อรวมกับการออกกำลังกายจึงเห็นชัดขึ้น

3

ไม่ใช่เพราะกินน้ำตาล

การขึ้นเพียง 15–20 mg/dL แล้วลงเองหลังหยุดพัก คือการจ่ายพลังงานปกติ ไม่ใช่ภาวะน้ำตาลเกิน

แปลว่าเธอกำลังออกกำลังกายแบบ “ท้องว่าง” (Fasted) ซึ่งเมื่อออกต่อเนื่อง ร่างกายจะหันไปเผาผลาญไขมันเป็นพลังงานหลัก — ตรงเป้าหมายลดน้ำหนักพอดี

เหตุการณ์จริง · 20 ก.ค. 2569

ของหวานหนึ่งจาน กับ “พุ่ง–กด–ดิ่ง” ที่ CGM จับได้

40130220192021222324

เส้นแดง 70 / เส้นส้ม 180 = ช่วงเป้าหมาย

สิ่งที่ CGM จับได้

มื้อเย็นนอกบ้าน

รสจัด ไม่มีข้าว แต่มีกระท้อนลอยแก้วหวาน ~5 ชิ้น

ถึงบ้าน 21:00

น้ำตาลพุ่งถึง 193 mg/dL

เดินขึ้น–ลงบันได 5 รอบ

ใช้กิจกรรมกดน้ำตาลให้ลงทันที

22:30–23:00

น้ำตาลดิ่งลง 45–65 mg/dL ~30 นาที

น้ำตาลหวานทำให้พุ่งเร็ว → อินซูลินหลั่งมาก → ตามด้วยภาวะ “น้ำตาลตกสะท้อนกลับ” (Reactive Hypoglycemia) ที่เรามักรู้สึกไม่ทัน

บทเรียนสู่แผนลดน้ำหนัก

3 บทเรียนจากคืนวันที่ 20 กรกฎาคม

ระวังของหวาน GI สูง

แม้ไม่มีข้าว แต่ผลไม้เชื่อม/ลอยแก้วน้ำตาลสูง ทำให้น้ำตาลพุ่งแรง — ควรจำกัดหรือเลี่ยงในช่วงลดน้ำหนัก

กิจกรรมช่วยกดน้ำตาลได้

การขยับตัวเบา ๆ เช่น เดินขึ้นลงบันได หลังมื้อหนัก ช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ ลดการสะสม

!

ระวังน้ำตาลตกกลางคืน

พุ่งแรงมักตามด้วยดิ่งลง ควรหลีกเลี่ยงของหวานมื้อดึก และสังเกตอาการหลังกดน้ำตาลแรง ๆ

คุณค่าของ CGM: เปลี่ยน “เหตุการณ์ที่ไม่รู้ตัว” ให้เป็น “บทเรียนที่ปรับพฤติกรรมได้ทันที”

แผนที่ 1 · โภชนาการ

แผนอาหารของเคส + ข้อมูลเชิงลึกจาก CGM

เช้า

ไข่ต้ม 2 ฟอง · ผักสด · แอปเปิล/บลูเบอร์รี

CGM insight: โปรตีน+ไฟเบอร์สูง คุมน้ำตาลเข้าให้นิ่ง เหมาะกับเดินเร็วแบบท้องว่าง

กลางวัน

อกไก่/ปลาอบ · ผักลวกหรือสด · ข้าวกล้อง 1 ทัพพีเล็ก

CGM insight: คาร์บเชิงซ้อนปริมาณพอดี ให้กลางวันโดยน้ำตาลไม่พุ่ง

เย็น

ปลาเผา · ผักลวก · น้ำพริก (No Carb)

CGM insight: งดคาร์บมื้อเย็น ช่วยให้น้ำตาลต่ำ ร่างกายเผาผลาญไขมันขณะหลับ

เครื่องดื่ม: น้ำเปล่า 2–3 ลิตร/วัน (ดีมาก) · ไวน์/เบียร์ 2–3 ครั้ง/สัปดาห์ — แอลกอฮอล์อาจทำให้น้ำตาลตกกลางดึก ควรใช้ CGM เฝ้าดูและจำกัดปริมาณ

วิตามินเสริม: เสริมด้วยวิตามิน–แร่ธาตุที่เลือกจากผลตรวจ Vitamin & Mineral Genechecks ของ Health Plus — เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ “ขาดจริง” ในระหว่างควบคุมอาหาร ไม่ใช่เสริมตามกระแส

แผนที่ 2 · การออกกำลังกาย

เดินเร็วโซนเผาผลาญ 5 วัน/สัปดาห์

โปรแกรมหลัก

1
เดินเร็วตอนเช้า 6:30–7:30 น.

วันละ 1 ชั่วโมง · 5 วัน/สัปดาห์

2
โซนหัวใจ 115–125 ครั้ง/นาที

โซนเผาผลาญไขมัน (Fat-burning zone)

3
ออกแบบท้องว่าง (Fasted)

ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานหลัก

4
เสริมในวันที่ทานคาร์บเย็น

ขยับเพิ่มเพื่อกดน้ำตาลหลังมื้ออาหาร

ทำไมได้ผล

เผาผลาญไขมันตรงจุด

คาร์ดิโอต่อเนื่องในโซน 115–125 ช่วยให้ร่างกายใช้ไขมันเป็นเชื้อเพลิงหลัก สร้าง Calorie Deficit สะสมทุกวัน

สม่ำเสมอสำคัญกว่าหนัก

5 วัน/สัปดาห์ ต่อเนื่อง = ผลลัพธ์ยั่งยืน ลดความเสี่ยงบาดเจ็บในวัย 52 ปี

CGM ยืนยันผล

เห็นน้ำตาลตอบสนองต่อการออกกำลังกาย ปรับความหนัก–เวลาให้เหมาะกับร่างกายตัวเอง

เป้าหมาย 90 วัน

โรดแมปลดน้ำหนักด้วย CGM อย่างยั่งยืน

ลดน้ำหนักแบบยั่งยืน ~0.5 กก./สัปดาห์ (12 สัปดาห์)
707784024681012

เส้นประ = ออกจากภาวะอ้วน (BMI < 30)

3 ระยะของแผน

สัปดาห์ 1–4

สร้างฐาน: ติด CGM เรียนรู้ผลอาหารแต่ละมื้อ ปรับคาร์บและของหวาน

สัปดาห์ 5–8

เร่งเผาผลาญ: คงเดินเร็ว 5 วัน จัด Deficit ให้ชัด ลดน้ำตาลเหวี่ยง

สัปดาห์ 9–12

รักษาผล: ออกจากภาวะอ้วน (BMI<30) สร้างนิสัยระยะยาว

เป้าหมายที่วัดได้: ลดจาก 81 กก. สู่ ~74.5 กก. (BMI ≈ 29) ใน 12 สัปดาห์ ด้วยอัตราปลอดภัย ~0.5 กก./สัปดาห์

โปรแกรมส่วนบุคคล

Weight loss & Longevity — ออกแบบเฉพาะคุณ

แผนดูแลครบวงจรของ Health Plus ที่รวม การวัดผล (CGM) เข้ากับ การลดน้ำหนัก · วิตามินเฉพาะบุคคล · และ การฟื้นตัวเพื่อสุขภาพระยะยาว

CGM

CareSens Air CGM · แพ็กเกจ Sens 365

เครื่องวัดน้ำตาลต่อเนื่อง 24 ชม. — หัวใจของโปรแกรม ที่ทำให้ทุกผลิตภัณฑ์ด้านล่าง “วัดผลได้จริง” ปรับได้ทุกวัน

สอบถามแพ็กเกจ
Weight Management (Mounjaro)
ลดน้ำหนัก

Weight Management (Mounjaro)

ลดน้ำหนักอย่างมีหลักการภายใต้การดูแลของแพทย์ ควบคู่การติดตามผลด้วย CGM

Vitamin & Mineral Genechecks
วิตามินเฉพาะคุณ

Vitamin & Mineral Genechecks

ตรวจยีนเพื่อเลือกวิตามิน–แร่ธาตุที่ร่างกายคุณขาดจริง เสริมให้ถูกตัว

Well-being Genechecks
ออกแบบตาม DNA

Well-being Genechecks

รู้จักร่างกายระดับ DNA ออกแบบอาหาร–ออกกำลังกายที่ใช่สำหรับคุณคนเดียว

HBOT Wellness
ฟื้นตัว & Longevity

HBOT Wellness

เติมออกซิเจน ฟื้นตัวหลังออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันระยะยาว

วัดด้วย CGM → ลดน้ำหนักด้วย Mounjaro → เสริมวิตามินตามยีน → ฟื้นฟูด้วย HBOT — ครบทั้งลดน้ำหนักและสุขภาพระยะยาวในที่เดียว

ทำไมต้อง CareSens Air

CGM เปลี่ยนการลดน้ำหนักอย่างไร

1

เห็นผลลัพธ์ทันที

รู้ว่าอาหารและการออกกำลังกายแต่ละอย่างส่งผลต่อร่างกายเราจริง ๆ

2

ปรับแบบเฉพาะบุคคล

ไม่ต้องเดาตามสูตรสำเร็จ ออกแบบแผนจากข้อมูลร่างกายตัวเอง

3

สร้างแรงจูงใจ

เห็นตัวเลขดีขึ้นทุกวัน ทำให้มีวินัยและไปต่อได้ไกลกว่า

4

ปลอดภัยขึ้น

จับภาวะน้ำตาลตก/พุ่งได้ทัน โดยเฉพาะผู้สูงวัยและผู้เริ่มลดน้ำหนัก

Sens 365 · CareSens Air

ลดน้ำหนักที่ “เห็นได้” คือลดน้ำหนักที่ “ทำได้จริง”

จากข้อมูลจริง 30 วัน: TIR 97% · น้ำตาลเฉลี่ย 101 · ความผันผวนต่ำ — CareSens Air ทำให้ Calorie Deficit จับต้องได้ ปรับได้ทุกวัน และนำไปสู่เป้าหมายลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน

เริ่มต้นเห็นน้ำตาลของคุณวันนี้

หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการนำเสนอเชิงการตลาด/ให้ความรู้ อ้างอิงข้อมูลผู้ใช้จริงและงานวิจัย ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนเริ่มโปรแกรมลดน้ำหนัก