มะเร็งระยะแรกมักไม่มีอาการ ปัจจุบันการตรวจเลือดหา miRNA และ ctDNA ช่วยประเมินความเสี่ยงได้ก่อนมีอาการ โดยไม่ต้องส่องกล้องและไม่ใช้รังสี พร้อมแบบประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น
โดย Health Plus Global Laboratory
ปัญหาใหญ่ที่สุดของมะเร็งไม่ใช่ว่ารักษาไม่ได้ แต่คือกว่าจะรู้ตัวก็มักสายไปแล้ว
มะเร็งในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการเลย อาการที่คนสังเกตได้ เช่น น้ำหนักลด เจ็บ หรือคลำเจอก้อน มักเกิดตอนที่โรคเดินทางมาไกลพอสมควรแล้ว การคัดกรองจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนจังหวะนี้
ข่าวดีคือ ปัจจุบันมีการตรวจที่ใช้เพียงตัวอย่างเลือด ทำให้เข้าถึงง่ายกว่าการส่องกล้องหรือการตรวจภาพมาก
ภาพที่ 1 · การคัดกรองมะเร็งและความเสี่ยงทางพันธุกรรม 6 รายการของ HPG
miRNA และ ctDNA คืออะไร (อธิบายแบบไม่ใช้ศัพท์)
miRNA เป็นสารพันธุกรรมชิ้นเล็ก ๆ ที่เซลล์ปล่อยออกมาในกระแสเลือด เซลล์ปกติกับเซลล์ที่ผิดปกติปล่อยรูปแบบไม่เหมือนกัน การวัดรูปแบบนี้จึงบอกแนวโน้มได้
ctDNA คือ DNA ที่หลุดออกมาจากเซลล์มะเร็งเข้าสู่กระแสเลือด เปรียบเหมือน "เศษกระดาษ" ที่ปลิวออกมาจากห้องที่เรามองไม่เห็น เราอ่านเศษกระดาษนั้นเพื่อเดาว่าในห้องเกิดอะไรขึ้น
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
LUNGClear — คัดกรองความเสี่ยงมะเร็งปอด
ภาพที่ 2 · LUNGClear — คัดกรองความเสี่ยงมะเร็งปอดด้วยเลือด 3 ซีซี
ทำไมต้องตรวจ
มะเร็งปอดคือมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย ตรวจพบช้าโอกาสรอดชีวิตน้อย แต่ตรวจไวมีโอกาสรอดชีวิตมากกว่า 80%
ตัวเลขนี้คือเหตุผลทั้งหมดของการคัดกรอง — โรคเดียวกัน แต่จังหวะที่เจอต่างกัน ผลลัพธ์ต่างกันคนละเรื่อง
ตรวจอย่างไร
เจาะเลือดเพียง 3 ซีซี → วิเคราะห์ 12 miRNA biomarkers ร่วมกับ CEA (protein marker) → รายงานผลเป็น Risk Score
ผลออกมาเป็น 3 ระดับ: Low (ความเสี่ยงต่ำ) · Intermediate (ความเสี่ยงปานกลาง) · High (ความเสี่ยงสูง)
เหมาะสำหรับใคร
· อายุ 40–80 ปี
· สูบบุหรี่หรือเคยสูบ ≥ 20 pack-years
· มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด
· สัมผัสมลพิษหรือสารก่อมะเร็ง
· ผู้ที่ห่วงใยสุขภาพปอดและต้องการรู้ความเสี่ยงล่วงหน้า
(หมายเหตุ: pack-years คำนวณจากจำนวนซองต่อวัน × จำนวนปีที่สูบ เช่น สูบวันละ 1 ซอง 20 ปี = 20 pack-years)
จุดเด่น
เจาะเลือดเพียง 3 ซีซี · ไม่ใช้รังสี · ไม่ต้องทำหัตถการ · ช่วยประเมินความเสี่ยงก่อนเกิดอาการ
งานวิจัยและการรับรอง
ศึกษาในประชากรมากกว่า 5,200 ราย · ตีพิมพ์ใน Cancer Medicine · Thailand TFDA · US FDA Breakthrough Device Designation · CE-IVD
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
GASTROClear — คัดกรองความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร
ภาพที่ 3 · GASTROClear — คัดกรองความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร ไม่ต้องส่องกล้อง
ทำไมต้องตรวจ
มะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรกมักไม่แสดงอาการ การคัดกรองช่วยเพิ่มโอกาสพบความผิดปกติได้เร็วขึ้น
ตรวจอย่างไร
เจาะเลือด 1 หลอด → วิเคราะห์ 12-miRNA → รายงานผลเป็น Risk Score 3 ระดับเช่นเดียวกัน
เหมาะสำหรับใคร
· อายุ 40 ปีขึ้นไป
· มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
· เคยติดเชื้อ H. pylori
· กระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง
· รับประทานอาหารหมักดอง/ปิ้งย่างเป็นประจำ
จุดเด่นที่คนให้ความสำคัญมาก
ไม่ต้องส่องกล้อง · ไม่ต้องใช้ยานอนหลับ · ใช้เลือดเพียง 1 หลอด · ช่วยประเมินความเสี่ยงก่อนเกิดอาการ
ข้อนี้สำคัญเพราะการส่องกล้องเป็นอุปสรรคที่ทำให้หลายคนเลื่อนการตรวจออกไปเรื่อย ๆ
งานวิจัยและการรับรอง
ศึกษาในประชากรมากกว่า 3,600 ราย · Thailand TFDA · US FDA Breakthrough Device Designation · CE-IVD
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
ai-CANCERCH — คัดกรองมะเร็ง 10 ชนิดในการตรวจเดียว
ภาพที่ 4 · ai-CANCERCH — ตรวจ ctDNA ร่วมกับ AI ครอบคลุมมะเร็ง 10 ชนิด
ai-CANCERCH เป็นการตรวจแบบ AI-based Multi-cancer Early Detection (MCED) คือตรวจเลือดหรือ Tumor cell เพื่อค้นหาความเสี่ยงมะเร็งที่กำลังก่อตัวอยู่ โดยใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์สารพันธุกรรมจากเซลล์มะเร็งที่หลุดออกมาในกระแสเลือด (Circulating Tumor DNA: ctDNA) ร่วมกับระบบ AI
ครอบคลุมมะเร็ง 10 ชนิด
กระเพาะอาหาร · ตับ · ปอด · ลำไส้ใหญ่ · ตับอ่อน · ท่อน้ำดี · หลอดอาหาร · ศีรษะและลำคอ · เต้านม · รังไข่
จุดเด่น
เจาะเลือดเพียงครั้งเดียวคัดกรองครอบคลุม 10 ชนิด · ตรวจพบสัญญาณมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก · สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องอดอาหารก่อนตรวจ · ใช้ AI Algorithm ร่วมกับข้อมูลพันธุกรรมมะเร็งในการประมวลผล
สิ่งที่วิเคราะห์จาก ctDNA
การกลายพันธุ์และการเปลี่ยนแปลงจำนวนสำเนา (Mutations, Copy number alterations) · ขนาดชิ้นส่วน DNA (Fragment size) · รูปแบบปลายชิ้นส่วน (Fragment End-Motif) · รูปแบบเมทิลเลชัน (Methylation Patterns) ซึ่งช่วยระบุอวัยวะต้นทางของเนื้องอกได้
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
เรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ตรงกัน
การตรวจทั้งสามชนิดเป็นการ "ประเมินความเสี่ยง" ไม่ใช่การวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง
ผลความเสี่ยงสูง ≠ เป็นมะเร็ง — ยังต้องตรวจยืนยันด้วยวิธีมาตรฐาน เช่น การตรวจภาพหรือการตัดชิ้นเนื้อ
ผลความเสี่ยงต่ำ ≠ ปลอดภัย 100% — ไม่มีการคัดกรองใดที่จับได้ทุกกรณี
การตรวจกลุ่มนี้จึงเป็น "ตัวช่วยเสริม" ไม่ได้มาแทนที่การตรวจตามคำแนะนำมาตรฐาน เช่น การส่องกล้อง แมมโมแกรม หรือเอกซเรย์ปอดตามข้อบ่งชี้ของแพทย์
สิ่งที่ควรทำถ้าผลผิดปกติ
อย่าตกใจ และอย่าเงียบ ให้นำผลไปพบแพทย์เพื่อพิจารณาการตรวจยืนยันขั้นถัดไป ผลคัดกรองที่ผิดปกติจำนวนมากตรวจยืนยันแล้วไม่พบมะเร็ง แต่การไม่ตามต่อคือความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น
— — —
หมายเหตุ: บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป การตรวจคัดกรองเป็นการ "ประเมินความเสี่ยง" ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ผลตรวจต้องอ่านร่วมกับอาการ ประวัติสุขภาพ และการตรวจอื่นโดยแพทย์เสมอ
ข้อมูลนี้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ