2026-06-25อัปเดต 2026-07-20
HPV: ตรวจพบเร็ว ลดความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก และวางแผนดูแลได้ทัน
HPV เป็นไวรัสที่พบบ่อยมาก หลายคนติดเชื้อแล้วหายเองโดยไม่มีอาการ แต่การติดเชื้อ HPV ชนิดเสี่ยงสูงแบบต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความผิดปกติของปากมดลูกและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกได้ การตรวจคัดกรองด้วย Pap test และ/หรือ HPV DNA test ช่วยพบความเสี่ยงก่อนกลายเป็นโรครุนแรง

มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งที่ป้องกันได้มากที่สุด เพราะเรารู้สาเหตุหลักอย่างชัดเจนว่าเกิดจากการติดเชื้อ HPV ชนิดเสี่ยงสูงแบบต่อเนื่อง และปัจจุบันมีทั้งวัคซีนป้องกันและการตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ HPV เป็นไวรัสที่พบบ่อยมาก คนส่วนใหญ่ที่มีเพศสัมพันธ์มีโอกาสสัมผัสเชื้อในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต หลายคนติดเชื้อแล้วหายเองโดยไม่มีอาการ แต่การติดเชื้อ HPV ชนิดเสี่ยงสูงแบบต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกได้ในระยะยาว การตรวจคัดกรองด้วย HPV DNA test และ/หรือ Pap test จึงช่วยพบความเสี่ยงตั้งแต่ยังไม่กลายเป็นโรครุนแรง ทำให้วางแผนดูแลได้ทันเวลา
ประเด็นสำคัญ
- HPV มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ ในจำนวนนี้มีชนิดเสี่ยงสูงราว 14 สายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง โดยเฉพาะ HPV 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่ (ราว 70%)
- คนส่วนใหญ่ที่มีเพศสัมพันธ์จะสัมผัสเชื้อ HPV ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต และประมาณ 9 ใน 10 ราย ร่างกายควบคุมและกำจัดเชื้อได้เองโดยไม่ก่อโรค
- HPV ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น แต่ยังสัมพันธ์กับมะเร็งทวารหนัก ช่องปาก/ลำคอ อวัยวะเพศชาย ช่องคลอด และปากช่องคลอด
- การตรวจ HPV ไม่ได้บอกว่าเป็นมะเร็ง แต่ช่วยค้นหาความเสี่ยงที่ควรติดตามหรือประเมินต่อ
- WHO แนะนำให้ใช้ HPV DNA test เป็นวิธีคัดกรองหลัก (first-choice) เพราะมีความไวสูงและช่วยลดจำนวนครั้งการตรวจตลอดชีวิต
- แม้ฉีดวัคซีน HPV แล้ว การตรวจคัดกรองตามช่วงอายุและความเสี่ยงยังสำคัญ เพราะวัคซีนไม่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์
1. HPV คืออะไร และพบบ่อยแค่ไหน
HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นกลุ่มไวรัสที่มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ ติดต่อผ่านการสัมผัสใกล้ชิดทางผิวหนังและเยื่อบุ โดยเฉพาะการมีเพศสัมพันธ์ ไม่จำเป็นต้องมีการสอดใส่ก็สามารถติดเชื้อได้ HPV พบได้บ่อยมากจนอาจกล่าวได้ว่าเกือบทุกคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์มีโอกาสสัมผัสเชื้อในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต
ข่าวดีคือการติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่ก่อโรค องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าประมาณ 9 ใน 10 ราย ร่างกายควบคุมและกำจัดเชื้อได้เองภายในเวลาไม่กี่เดือนถึงไม่กี่ปี โดยไม่มีอาการและไม่ทิ้งผลกระทบ ปัญหาจึงอยู่ที่คนส่วนน้อยที่มีการติดเชื้อชนิดเสี่ยงสูงแบบเรื้อรังต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังและติดตาม การเข้าใจจุดนี้ช่วยลดความตื่นตระหนก เพราะการตรวจพบ HPV ไม่ได้แปลว่าจะเป็นมะเร็ง
2. สายพันธุ์เสี่ยงสูงกับเสี่ยงต่ำต่างกันอย่างไร และมะเร็งเกิดขึ้นได้อย่างไร
ในบรรดา HPV กว่า 200 สายพันธุ์ มีชนิดเสี่ยงสูง (high-risk/oncogenic) ราว 14 สายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง สองสายพันธุ์ที่สำคัญที่สุดคือ HPV 16 และ HPV 18 ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่ ราว 70% ส่วน HPV กลุ่มเสี่ยงต่ำ เช่น สายพันธุ์ 6 และ 11 มักเกี่ยวข้องกับหูดอวัยวะเพศ ซึ่งไม่ใช่มะเร็ง
มะเร็งปากมดลูกไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ค่อย ๆ พัฒนาผ่านหลายขั้นเป็นเวลาหลายปี โดยทั่วไปคือ การติดเชื้อ HPV เสี่ยงสูง ไปสู่การติดเชื้อเรื้อรังที่ร่างกายไม่กำจัด ไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูก (รอยโรคก่อนมะเร็ง) และหากไม่ได้รับการตรวจพบและดูแล จึงค่อยพัฒนาเป็นมะเร็ง กระบวนการที่ใช้เวลานานนี้เองคือ 'หน้าต่างโอกาส' ที่ทำให้การตรวจคัดกรองเป็นระยะสามารถพบและจัดการรอยโรคก่อนมะเร็งได้ก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็งจริง
นอกจากปากมดลูก HPV ชนิดเสี่ยงสูงยังสัมพันธ์กับมะเร็งทวารหนัก ช่องปากและลำคอ (oropharyngeal) อวัยวะเพศชาย ช่องคลอด และปากช่องคลอด ซึ่งหมายความว่า HPV เป็นเรื่องสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับทุกเพศ ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น
3. ทำไม HPV จึงเป็นเรื่องที่ควรตรวจ แม้ไม่มีอาการ
การติดเชื้อ HPV และรอยโรคก่อนมะเร็งระยะต้นมักไม่มีอาการเลย ผู้รับบริการจึงอาจรู้สึกแข็งแรงดีแต่ยังมีความเสี่ยงซ่อนอยู่ อาการของมะเร็งปากมดลูก เช่น เลือดออกผิดปกติ ตกขาวผิดปกติ หรือปวดท้องน้อย มักปรากฏเมื่อโรคดำเนินไปแล้ว การตรวจคัดกรองจึงมีเป้าหมายเพื่อค้นหาความผิดปกติก่อนเกิดมะเร็ง หรือพบมะเร็งในระยะเริ่มต้นที่รักษาได้ผลดีกว่า จุดสำคัญคือการตรวจไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อให้กังวล แต่เพื่อให้มีข้อมูลสำหรับติดตามและดูแลอย่างถูกเวลา
4. การป้องกันด้านที่หนึ่ง: วัคซีน HPV
วัคซีน HPV เป็นเครื่องมือป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งและหูดอวัยวะเพศได้หลายชนิด รวมถึง HPV 16 และ 18 ที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก
วัคซีนได้ผลดีที่สุดเมื่อฉีดก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ WHO จึงแนะนำให้เด็กหญิงอายุ 9-14 ปีเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก เพราะเป็นช่วงก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ ทำให้ภูมิคุ้มกันพร้อมก่อนสัมผัสเชื้อจริง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่อายุมากกว่านั้นบางส่วนอาจยังได้ประโยชน์ (catch-up) ตามคำแนะนำและประวัติสุขภาพเฉพาะบุคคล จำนวนโดสขึ้นอยู่กับอายุและแนวทางของแต่ละประเทศ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจต้องได้รับจำนวนโดสมากกว่าปกติ
สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือ วัคซีนไม่ใช่การรักษาเชื้อที่ติดอยู่แล้ว และไม่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์เสี่ยงสูง ดังนั้นแม้ฉีดวัคซีนครบแล้วก็ยังต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองปากมดลูกตามช่วงอายุและความเสี่ยงอยู่ดี วัคซีนกับการตรวจคัดกรองจึงทำงานเสริมกัน ไม่ใช่แทนกัน
5. การป้องกันด้านที่สอง: การตรวจคัดกรอง (HPV DNA test, Pap test และ co-testing)
การตรวจคัดกรองมีหลายรูปแบบที่ตอบคนละคำถาม
HPV DNA test ตรวจหาเชื้อ HPV ชนิดเสี่ยงสูงที่อาจทำให้เซลล์ปากมดลูกเปลี่ยนแปลง เป็นการมองหา 'ต้นเหตุ' ก่อนที่เซลล์จะเปลี่ยน ปัจจุบัน WHO แนะนำให้ใช้ HPV DNA test เป็นวิธีคัดกรองหลัก (first-choice) เพราะมีความไวสูงกว่า ตรวจพบรอยโรคก่อนมะเร็งได้ดีกว่า มีค่าทำนายผลลบที่น่าเชื่อถือ และช่วยให้เว้นระยะการตรวจได้นานขึ้นเมื่อผลปกติ
Pap test หรือ Pap smear (เซลล์วิทยา) ตรวจดูความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกที่อาจกลายเป็นมะเร็ง เป็นการมองหา 'ผลลัพธ์' ที่เซลล์เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว
Co-testing คือการตรวจ HPV test ร่วมกับ Pap test พร้อมกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลทั้งความเสี่ยงจากไวรัสและการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ แพทย์อาจเลือกใช้แบบใดแบบหนึ่งหรือใช้ร่วมกันตามอายุ ประวัติ ทรัพยากรของระบบบริการ และแนวทางคัดกรองของแต่ละประเทศ
Self-sampling หรือการเก็บตัวอย่างด้วยตนเองสำหรับ HPV testing เป็นทางเลือกที่ WHO ระบุว่าเชื่อถือได้และให้ผลใกล้เคียงกับการเก็บตัวอย่างโดยบุคลากรทางการแพทย์ วิธีนี้อาจช่วยให้ผู้ที่ไม่สะดวกตรวจภายใน รู้สึกเขินอาย หรือมีอุปสรรคด้านเวลาและการเดินทาง เข้าถึงการคัดกรองได้ง่ายขึ้น จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายการเข้าถึงบริการ อย่างไรก็ตาม ต้องมีขั้นตอนให้คำแนะนำ การยินยอม การระบุตัวตน การส่งตัวอย่าง และการแจ้งผลที่ปลอดภัย และหากผลเป็นบวกยังต้องมีระบบติดตามต่อ ไม่ควรปล่อยให้ผู้รับบริการตีความผลเอง
6. ใครควรตรวจ และตรวจถี่แค่ไหน
แนวทางคัดกรองแตกต่างกันตามประเทศ ระบบบริการ และความเสี่ยงรายบุคคล จึงควรยึดแนวทางระดับชาติและคำแนะนำของแพทย์เป็นหลัก โดยหลักการทั่วไปมีดังนี้
- สำหรับประชากรทั่วไปที่มีปากมดลูก WHO แนะนำให้เริ่มคัดกรองด้วย HPV DNA test ตั้งแต่อายุ 30 ปี และตรวจซ้ำทุก 5-10 ปีเมื่อผลปกติ
- ในระบบที่ใช้ Pap test อาจเริ่มพูดคุยเรื่องการตรวจได้ตั้งแต่อายุประมาณ 21 ปี ตามแนวทางของประเทศนั้น
- ผู้ที่ติดเชื้อ HIV หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง WHO แนะนำให้เริ่มตรวจเร็วขึ้นตั้งแต่อายุ 25 ปี และตรวจถี่ขึ้นทุก 3-5 ปี
- ผู้ที่เคยมีผลตรวจผิดปกติ เคยมีรอยโรคก่อนมะเร็ง หรือมีประวัติสุขภาพบางอย่าง อาจต้องตรวจถี่ขึ้นตามคำแนะนำแพทย์
ไม่มีสูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน ควรให้แพทย์หรือบุคลากรสุขภาพช่วยกำหนดแผนตามอายุ ประวัติ และความเสี่ยงจริงของแต่ละคน
7. ถ้าผล HPV เป็นบวก แปลว่าเป็นมะเร็งไหม
ผล HPV เป็นบวกไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง และไม่ได้บอกว่าเพิ่งติดเชื้อเมื่อไรหรือติดจากใคร เพราะเชื้ออาจอยู่เงียบในร่างกายมานานหลายปี ผลบวกเป็นเพียงสัญญาณว่าควรติดตามหรือประเมินต่อ สิ่งที่ต้องพิจารณาคือชนิดของเชื้อ (เช่น เป็น HPV 16/18 หรือไม่) ผล Pap test ร่วม อายุ ประวัติผลตรวจก่อนหน้า และคำแนะนำติดตาม เช่น ตรวจซ้ำตามกำหนด ทำ colposcopy (การส่องกล้องดูปากมดลูก) หรือตรวจเพิ่มเติมตามแนวทางแพทย์
การติดเชื้อ HPV เป็นเรื่องธรรมดามากและพบได้ในคนทั่วไป ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเรื่องกล่าวโทษคู่รัก การสื่อสารผลจึงควรลดการตีตราและเน้นที่แผนดูแลที่ทำได้จริง
8. ป้องกันอย่างไรในชีวิตจริง
การลดความเสี่ยงทำได้หลายทางร่วมกัน ได้แก่ ฉีดวัคซีน HPV ตามคำแนะนำ เข้ารับการตรวจคัดกรองตามกำหนดและติดตามผลผิดปกติให้จบกระบวนการ ใช้ถุงยางอนามัยเพื่อลดความเสี่ยง (แม้ไม่ป้องกันได้ 100% เพราะ HPV ติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณที่ถุงยางไม่ครอบคลุมได้) และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกในผู้ที่ติดเชื้อ HPV เสี่ยงสูง การดูแล HPV เป็นเรื่องสุขภาพเชิงป้องกัน ไม่ใช่เรื่องกล่าวโทษใคร
9. ภาพใหญ่: เป้าหมายกำจัดมะเร็งปากมดลูกของ WHO (90-70-90)
WHO มีกลยุทธ์ระดับโลกที่จะกำจัดมะเร็งปากมดลูกให้เป็นปัญหาสาธารณสุข โดยตั้งเป้าหมาย 90-70-90 ภายในปี 2030 ได้แก่ ให้เด็กหญิง 90% ได้รับวัคซีน HPV ครบภายในอายุ 15 ปี ให้ผู้หญิง 70% ได้รับการตรวจคัดกรองด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงเมื่ออายุ 35 ปีและอีกครั้งเมื่ออายุ 45 ปี และให้ผู้หญิง 90% ที่พบรอยโรคก่อนมะเร็งหรือมะเร็งได้รับการดูแลรักษา เป้าหมายนี้สะท้อนว่ามะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่ป้องกันและควบคุมได้จริงหากผสานวัคซีน การคัดกรอง และการรักษาเข้าด้วยกัน
10. บทบาทของ VCheck/HPV testing ในเส้นทางบริการ
บริการ HPV testing ที่ดีควรมีมากกว่าการเก็บตัวอย่างและออกผล ควรมีการลงทะเบียนที่ชัดเจน แบบยินยอมตาม PDPA การให้คำแนะนำก่อนตรวจ วิธีเก็บตัวอย่างที่ถูกต้อง การขนส่งตัวอย่างที่ควบคุมได้ การแจ้งผลอย่างปลอดภัย และระบบนัด/ส่งต่อเมื่อผลต้องติดตาม Health Plus Global มีบริการ VCheck สำหรับการตรวจ HPV/STI รวมถึงการตรวจระบุสายพันธุ์ HPV DNA (HPV DNA typing) ซึ่งช่วยให้ทราบว่าเป็นสายพันธุ์เสี่ยงสูง เช่น HPV 16/18 หรือไม่ เพื่อให้ผู้รับบริการเข้าใจ journey ตั้งแต่ก่อนตรวจจนถึงหลังทราบผลและการติดตามที่เหมาะสม
หมายเหตุด้านความปลอดภัย
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาและการคัดกรองเชิงป้องกัน ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ และไม่ได้รับประกันผลลัพธ์รายบุคคล ควรปฏิบัติตามแนวทางคัดกรองระดับชาติและปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรสุขภาพเพื่อวางแผนที่เหมาะกับตนเอง หากมีเลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกกะปริบกะปรอย ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ตกขาวผิดปกติ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเคยมีผล Pap/HPV ผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์
เชื่อมต่อกับบริการ Health Plus Global
สนใจตรวจ HPV หรือวางแผนคัดกรองมะเร็งปากมดลูก สามารถลงทะเบียนนัดบริการ VCheck/HPV testing เพื่อรับคำแนะนำก่อนตรวจและแนวทางติดตามผลอย่างเป็นระบบ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- WHO - Cervical cancer fact sheet: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cervical-cancer
- WHO - Human papillomavirus and cancer: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/human-papilloma-virus-and-cancer
- WHO - DNA testing as first-choice cervical screening method: https://www.who.int/europe/news/item/11-09-2021-who-recommends-dna-testing-as-a-first-choice-screening-method-for-cervical-cancer-prevention
- CDC - Cervical cancer screening: https://www.cdc.gov/cervical-cancer/screening/index.html
- NCI - Cervical cancer screening: https://www.cancer.gov/types/cervical/screening
- CDC - HPV-associated cancers: https://www.cdc.gov/united-states-cancer-statistics/publications/hpv-associated-cancers.html
ข้อมูลนี้เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ